ซัมเมอร์ ไต้หวัน July 2017
 

โปรโมชั่น ส่วนลด ทุนการศึกษา

 
 

 

     
คุณแม่ วิภาพร พิเชษฐวณิชย์โชค
น้องเคน Year 8 โรงเรียน Bangkok Int. Prep. 
"... ลูก
บอกว่า "ไปเรียน 1 เดือนทำไมมันผ่านไปเร็วจัง" แค่นี้ก็ดีใจแล้วค่ะ เคนมีความมั่นใจกับการพูดภาษาจีนมากขึ้น เป็นทริปซัมเมอร์แคมป์ (ครั้งแรก) ที่ประทับใจมากขอบคุณคุณหลิวและทีมงานทุกคน ที่ดูแลเด็กๆ เป็นอย่างดีนะค่ะ..."

คุณแม่ ภารณี เชิดวิศวพันธุ์
น้องบุ๊ค Year 8 โรงเรียน Bangkok Int. Prep.
“...Wisdom House ดี จริงๆๆค่ะ ประทับใจมากท่าทางลูกจะสนุกจนไม่อยากกลับบ้านซะแล้ว ขอบคุณที่ดูแลน้องๆเป็นอย่างดี อบอุ่นและปลอดภัย คุณหลิวที่คอยดูแลทางนี้ส่งข่าวให้ตลอด ทำให้พ่อแม่อุ่นใจ ได้เรียนทั้งภาษาและการใช้ชีวิตเอง ได้เพื่อนใหม่ ดีใจที่ตัดสินใจเลือกไปกับ Wisdom House ค่ะขอแนะนำนะคะ ดีจริงๆๆ กลับมาฝากให้ดูแลลูกๆอีกแน่นอนค่ะ.." 
 

คุณพ่อ กฤษฎา มโนสุจริตธรรม

คุณพ่อน้องดี่ดี ดุษฎี (อายุ 10 ปี) และ น้องไจ่ไจ๋ (อายุ 8 ปี) โรงเรียน Saint John Mary Int.
“… ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของ วิสดอม เฮ้าส์ ทุกๆคน ที่ให้ความสนใจ (อย่างมาก) กับลูกๆของเรา ทั้งตารางเรียนและโปรแกรมการไปทัศนศึกษาต่างๆ ถูกวางออกมาอย่างดี ทำให้เด็กๆได้รับประสบการณ์ในหลากหลายมิติฯ...”  

 อ่านต่อ....ความประทับใจอื่นๆ

 

 
 
 
ระบบการศึกษาในสหรัฐอเมริกา

การศึกษาในสหรัฐอเมริกาควบคุมโดยแต่ละรัฐแยกจากกัน เด็กทุกคนจะถูกให้เรียนจบในระดับไฮสคูล และจบในระดับชั้นเกรด 12 หรือเทียบเท่า โดยผู้ปกครองสามารถเลือกให้ลูกเรียนที่โรงเรียนรัฐบาล หรือโรงเรียนเอกชน นอกจากนี้ยังมีผู้ปกครองบางกลุ่ม ที่สอนให้ลูกเรียนด้วยตนเองที่บ้านหรือในชุมชนซึ่งเรียกลักษณะนี้ว่าโฮมสกูล ภายหลังจากจบการศึกษา นักเรียนสามารถเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยทั้งในมหาวิทยาลัยรัฐหรือมหาวิทยาลัยเอกชน โดยนักเรียนสามารถกู้เงินจากทางธนาคารหรือหน่วยงานราชการสำหรับจ่ายเป็นค่าเล่าเรียนในระดับนี้ และจ่ายคืนภายหลังจบการศึกษา มหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่ค่าเรียนจะแพงกว่ามหาวิทยาลัยรัฐ ในขณะที่คุณภาพของมหาวิทยาลัยบางแห่งเทียบเท่า ดีกว่า หรือด้อยกว่ามหาวิทยาลัยรัฐ นอกจากนี้นักเรียนสามารถเลือกเรียนในวิทยาลัยชุมชนที่ค่าเรียนถูกกว่าทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนในช่วง 2 ปีแรก และโอนหน่วยกิตไปเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอื่นในช่วงต่อมาได้

มหาวิทยาลัยที่สำคัญในสหรัฐอเมริกาเช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยเยล มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และ มหาวิทยาลัยชิคาโก เป็นต้น

สหรัฐอเมริกามีอัตราการอ่านออกเขียนได้ค่อนข้างสูง โดยมีค่า 86-98% ของประชากรที่อายุมากกว่า 15 ปี

ภาคการศึกษา (Academic Calendar) 

ปีการศึกษา (academic year) โดยปกติจะมีระยะเวลาประมาณ 9 เดือน เริ่มต้นประมาณต้นเดือนกันยายน-ปลายเดือนพฤษภาคม ของปีถัดไปโดยแบ่งออกเป็นภาคการศึกษา
1. ระบบ semester แบ่งปีการศึกษาออกไป 2 Semesterๆ ละ ประมาณ 16 – 18 สัปดาห์ และอาจมี 1 หรือ 2 Summer Session

  • Fall Semester ตั้งแต่เดือนกันยายน ถึงเดือนธันวาคม
  • Spring Semester ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนพฤษภาคม
  • Summer Session ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม

2. ระบบ Quarter แบ่งปีการศึกษาเป็น 4 Quarterๆ ละประมาณ 11 – 12 สัปดาห์ คือ

  • Fall Quarter ตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ถึงเดือนธันวาคม
  • Winter Quarter ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงกลางเดือนมีนาคม
  • Spring Quarter ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ถึงกลางเดือนมิถุนายน
  • Summer Quarter ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม

3. นอกจากนี้ยังมีระบบ Trimester ภาคละ 15 สัปดาห์ 3 Trimester
4. และระบบ 4 – 1 – 4 ซึ่งมี2 ภาคการศึกษาๆ ละ 16 สัปดาห์ (4 เดือน) โดยมี Interim Term 1 เดือนประมาณเดือนมกราคม

นักศึกษาต่างชาติควรเข้าศึกษาในเดือนสิงหาคมหรือกันยายน (เทอม Fall) ซึ่งนักศึกษาใหม่ ส่วนมากจะเริ่มเข้าเรียนในระยะเวลาดังกล่าวนี้เพื่อที่จะได้ปรับตัว ไปพร้อมๆ กัน อีกประการ หนึ่ง คือ วิชาหลายๆ วิชาที่เปิดสอนเป็นวิชาที่นักศึกษาจะต้องเรียนต่อเนื่อง กันไปตามลำดับ ยากง่าย โดยเริ่มต้นในเทอม Fall และต่อเนื่องเทอมถัดไปตลอดปี

อย่างไรก็ตามนักศึกษาต่างชาติก็สามารถสมัครเข้าศึกษาในระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี – โท – เอก ของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ทุกเทอม คือในเดือนสิงหาคม มกราคม มีนาคม และมิถุนายน (ระบบ Quarter) ยกเว้นในบางมหาวิทยาลัย หรือบางสาขาวิชา เช่น
กฎหมาย อาจจะรับนักศึกษาปีละครั้งในต้นปีการศึกษาเริ่มต้นเดือนสิงหาคมเท่านั้น

 
 

การศึกษาในสหรัฐอเมริกาโดยมากจะได้รับการสนับสนุนทางการเงินและการดูแลโดยรัฐบาล สามระดับ คือ “Federal” “State” และ “Local Federal” คือ สถานศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนและอยู่ในการดูแลจากส่วนกลาง State คือ สถานศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนและอยู่ในความดูแลของมลรัฐนั้นๆ และ Local คือ สถานศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนและอยู่ในการดูแลจากหน่วยงานในท้องถิ่น โดยการศึกษาภาคบังคับของอเมริกาจะแตกต่างกันไปตามกฎหมายของแต่ละรัฐ บางรัฐเริ่มเข้าเรียนที่อายุ 5 ปี และบังคับให้เรียนจนอายุ 14 ปี บางรัฐอายุสำหรับการเริ่มต้นเข้าโรงเรียนอยู่ที่ 8 ปี และต้องเรียนจนอายุ 18 ปี แต่โดยส่วนมากนักเรียนจะเรียนกันจนจบ High School

นักเรียนในระบบการศึกษาของอเมริกานี้ นอกจากสถานศึกษาของรัฐบาลแล้วยังมีทางเลือกอีกสองทางคือ Private Schoolและ Home School Private School แปลตรงๆก็คือ โรงเรียนเอกชน ส่วน Home School ก็คือการเรียนที่บ้าน นักเรียนจะเรียน ทำการบ้านส่งตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร แล้วเมื่อถึงเวลาก็ไปสอบเลื่อนชั้นโดยข้อสอบจะเป็นข้อสอบมาตรฐานจากส่วนกลาง ซึ่งใช้ทดสอบนักเรียนทุกโรงเรียนในระบบการศึกษา Home Schoolในสหรัฐอเมริกาเปิดเป็นทางเลือกให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้นปีแรกของระบบจนถึงระดับมหาวิทยาลัยกันเลยทีเดียว ถ้าเปรียบเทียบกันของเราก็มีระบบการศึกษานอกโรงเรียนที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจ
 

ระดับการศึกษา Level/Grade

อายุโดยเฉลี่ย (ปี)

คำอธิบายเพิ่มเติม

Pre-school/Pre-Kindergarten

4–5 ปี

 

Elementary school

5-11 ปี

ใช้ระยะเวลา 6 ปี คือ Kindergarten-Grade 5th

Kindergarten

5–6 ปี

เยาวชนอายุตั้งแต่ 5 ปีเต็มจะเริ่มเข้าระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนแบบใด ในโรงเรียนหรือที่บ้าน โดยจะเริ่มต้นที่ชั้น Kindergarten เป็นเวลาหนึ่งปีก่อนเริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาซึ่งจะนับเป็นปีแรกของประถมศึกษา หรือ First Grade

1st Grade

6–7 ปี

 

2nd Grade

7–8 ปี

 

3rd Grade

8–9 ปี

 

4th Grade

9–10 ปี

 

5th Grade

10–11 ปี

ดังนั้น ระดับประถมศึกษาของอเมริกาจึงมีแค่ 5 ปี จนถึง Fifth Gradeเด็กที่เรียนในระบบอเมริกันจะจบการศึกษาระดับประถมศึกษาที่อายุประมาณ 11 ปี เร็วกว่าเด็กไทยราวๆ 1 ปีระดับประถมศึกษาของอเมริกาตั้งแต่ First Grade จนถึง Fifth Gradeจะเรียกว่า Elementary School หรือเราอาจรู้จักกันว่า Primary Schoolการเรียนในสหรัฐอเมริกาในระดับประถมศึกษาจะเน้นไปที่การเรียนและการทำกิจกรรมตามที่นักเรียนสนใจคล้ายๆการเรียนในระบบอังกฤษ แต่จะต่างกันที่วิธีการเรียนการสอนและเนื้อหาทางวิชาการที่อาจจะแตกต่างกันบ้างหลังจากจบ Grade 5th

Middle school หรือ Junior High School

11–14 ปี

ใช้ระยะเวลา 3 ปี คือGrade 6th-8th

6th Grade

11–12 ปี

 

7th Grade

12–13 ปี

 

8th Grade

13–14 ปี

 

High schoolหรือ Senior High School

14-18 ปี

ใช้ระยะเวลา 4 ปี คือ Grade 9th-12th

9th Grade (Freshman)

14–15 ปี

 

10th Grade (Sophomore)

15–16 ปี

 

11th Grade (Junior)

16–17 ปี

 

12th Grade (Senior)

17–18 ปี

หลังจากจบ Grade 12th แล้วก็ถือว่าจบการศึกษาภาคบังคับแล้วและสามารถเลือกเข้าเรียนต่อในระดับอนุปริญญา (2 ปี)หรือปริญญาตรี (4 ปี) ใน College หรือ University ได้เลย

Tertiary education (College or University)

 

 

Vocational education

ประมาณ 18–23 ปี ไม่จำกัดอายุ

ใช้เวลาเรียนประมาณ 4-5 ปีเพื่อจบการศึกษา ผู้เรียนที่จบระดับมํธยมปลายสามารถเจ้าเรียนในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีที่เรียกว่า community college ที่ใช้เวลาเรียน 2 ปี เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาล ส่วน liberal arts college ที่เน้นเฉพาะสาขาวิชาที่เป็นส่วนหนึ่งของการทำวิจัยในมหาวิทยาลัย

A first professional degree, Bachelor degree

ประมาณ 18–23 ปีไม่จำกัดอายุ

3-4 ปีขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เรียน

Master degree

ไม่จำกัดอายุ

ใช้เวลาเรียน 2 ปี

PhD, Doctorate Degrees

ไม่จำกัดอายุ

ใช้เวลาเรียน 3-6 ปี

กลับไปเมนูบน

 
 

 


วิสดอม เฮ้าส์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวล
เลขที่ 26 เจซี เควิน ทาวเวอร์ ชั้น 11 ถนน นราธิวาสราชนครินทร์ แขวงยานนาวา สาทร กทม 10120 (หน้าสถานี BRT อาคารสงเคราะห์) 
โทร: 02 286 9662 - 3 / มือถือ: 088 003 9300 , 088 003 9306 / แฟกซ์: 02 286 9664
อีเมลล์:
contact@wisdomhouse.co.th เวปไซต์: www.wisdomhouse.co.th เเละ เรียนต่อสิงคโปร์.com  

Facebook: wisdomhousethailand / You Tube WisdomHouseEducation
Skype & Line ID: wisdomhouse.th

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/06782 ภายใต้ชื่อ วิสดอม เฮ้าส์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวล

 
สงวนลิขสิทธิ์ข้อมูลตั้งเเต่ปี 2011 โดย วิสดอม เฮ้าส์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวล