ระบบการศึกษาในสหรัฐอเมริกา

Last updated: 2021-05-14  |  247 จำนวนผู้เข้าชม  | 

INTO_Oregon_State_University_USA_เรียนต่ออเมริกา

ระบบการศึกษาในสหรัฐอเมริกา

การศึกษาในสหรัฐอเมริกาควบคุมโดยแต่ละรัฐแยกจากกัน เด็กทุกคนจะถูกให้เรียนจบในระดับไฮสคูล และจบในระดับชั้นเกรด 12 หรือเทียบเท่า โดยผู้ปกครองสามารถเลือกให้ลูกเรียนที่โรงเรียนรัฐบาล หรือโรงเรียนเอกชน

นอกจากนี้ยังมีผู้ปกครองบางกลุ่ม ที่สอนให้ลูกเรียนด้วยตนเองที่บ้านหรือในชุมชนซึ่งเรียกลักษณะนี้ว่าโฮมสกูล ภายหลังจากจบการศึกษา นักเรียนสามารถเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยทั้งในมหาวิทยาลัยรัฐหรือมหาวิทยาลัยเอกชน โดยนักเรียนสามารถกู้เงินจากทางธนาคารหรือหน่วยงานราชการสำหรับจ่ายเป็นค่าเล่าเรียนในระดับนี้ และจ่ายคืนภายหลังจบการศึกษา

มหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่ค่าเรียนจะแพงกว่ามหาวิทยาลัยรัฐ ในขณะที่คุณภาพของมหาวิทยาลัยบางแห่งเทียบเท่า ดีกว่า หรือด้อยกว่ามหาวิทยาลัยรัฐ นอกจากนี้นักเรียนสามารถเลือกเรียนในวิทยาลัยชุมชนที่ค่าเรียนถูกกว่าทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนในช่วง 2 ปีแรก และโอนหน่วยกิตไปเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอื่นในช่วงต่อมาได้

มหาวิทยาลัยที่สำคัญในสหรัฐอเมริกาเช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยเยล มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และ มหาวิทยาลัยชิคาโก เป็นต้น

สหรัฐอเมริกามีอัตราการอ่านออกเขียนได้ค่อนข้างสูง โดยมีค่า 86-98% ของประชากรที่อายุมากกว่า 15 ปี

ภาคการศึกษา (Academic Calendar) 

ปีการศึกษา (academic year) โดยปกติจะมีระยะเวลาประมาณ 9 เดือน เริ่มต้นประมาณต้นเดือนกันยายน-ปลายเดือนพฤษภาคม ของปีถัดไปโดยแบ่งออกเป็นภาคการศึกษา

1. ระบบ semester แบ่งปีการศึกษาออกไปเป็น 2 Semesterๆ ละ ประมาณ 16 – 18 สัปดาห์ และอาจมี 1 หรือ 2 Summer Session

Fall Semester ตั้งแต่เดือนกันยายน ถึงเดือนธันวาคม
Spring Semester ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนพฤษภาคม
Summer Session ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม

2. ระบบ Quarter แบ่งปีการศึกษาเป็น 4 Quarterๆ ละประมาณ 11 – 12 สัปดาห์ คือ

Fall Quarter ตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ถึงเดือนธันวาคม
Winter Quarter ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงกลางเดือนมีนาคม
Spring Quarter ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ถึงกลางเดือนมิถุนายน
Summer Quarter ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม

3. ระบบ Trimester ภาคละ 15 สัปดาห์ 3 Trimester
4. ระบบ 4 – 1 – 4 ซึ่งมี2 ภาคการศึกษาๆ ละ 16 สัปดาห์ (4 เดือน) โดยมี Interim Term 1 เดือนประมาณเดือนมกราคม

นักศึกษาต่างชาติควรเข้าศึกษาในเดือนสิงหาคมหรือกันยายน (เทอม Fall) ซึ่งนักศึกษาใหม่ ส่วนมากจะเริ่มเข้าเรียนในระยะเวลาดังกล่าวนี้เพื่อที่จะได้ปรับตัว ไปพร้อมๆ กัน อีกประการ หนึ่ง คือ วิชาหลายๆ วิชาที่เปิดสอนเป็นวิชาที่นักศึกษาจะต้องเรียนต่อเนื่อง กันไปตามลำดับ ยากง่าย โดยเริ่มต้นในเทอม Fall และต่อเนื่องเทอมถัดไปตลอดปี

อย่างไรก็ตามนักศึกษาต่างชาติก็สามารถสมัครเข้าศึกษาในระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี – โท – เอก ของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ทุกเทอม คือในเดือนสิงหาคม มกราคม มีนาคม และมิถุนายน (ระบบ Quarter) ยกเว้นในบางมหาวิทยาลัย หรือบางสาขาวิชา เช่น กฎหมาย อาจจะรับนักศึกษาปีละครั้งในต้นปีการศึกษาเริ่มต้นเดือนสิงหาคมเท่านั้น
  
การศึกษาในสหรัฐอเมริกาโดยมากจะได้รับการสนับสนุนทางการเงินและการดูแลโดยรัฐบาล สามระดับ คือ “Federal” “State” และ “Local Federal”

  • “Federal” คือ สถานศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนและอยู่ในการดูแลจากส่วนกลาง 
  • “State” คือ สถานศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนและอยู่ในความดูแลของมลรัฐนั้นๆ
  • “Local Federal” คือ สถานศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนและอยู่ในการดูแลจากหน่วยงานในท้องถิ่น 


โดยการศึกษาภาคบังคับของอเมริกาจะแตกต่างกันไปตามกฎหมายของแต่ละรัฐ บางรัฐเริ่มเข้าเรียนที่อายุ 5 ปี และบังคับให้เรียนจนอายุ 14 ปี บางรัฐอายุสำหรับการเริ่มต้นเข้าโรงเรียนอยู่ที่ 8 ปี และต้องเรียนจนอายุ 18 ปี แต่โดยส่วนมากนักเรียนจะเรียนกันจนจบ High School

นักเรียนในระบบการศึกษาของอเมริกานี้ นอกจากสถานศึกษาของรัฐบาลแล้วยังมีทางเลือกอีกสองทางคือ Private School และ Home School

Private School แปลตรงๆก็คือ โรงเรียนเอกชน ส่วน Home School ก็คือการเรียนที่บ้าน นักเรียนจะเรียน ทำการบ้านส่งตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร แล้วเมื่อถึงเวลาก็ไปสอบเลื่อนชั้นโดยข้อสอบจะเป็นข้อสอบมาตรฐานจากส่วนกลาง ซึ่งใช้ทดสอบนักเรียนทุกโรงเรียนในระบบการศึกษา Home School ในสหรัฐอเมริกาเปิดเป็นทางเลือกให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้นปีแรกของระบบจนถึงระดับมหาวิทยาลัยกันเลยทีเดียว ถ้าเปรียบเทียบกันของเราก็มีระบบการศึกษานอกโรงเรียนที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจ 

 

ระดับการศึกษา Level/Grade 

  • Pre-school/Pre-Kindergarten อายุโดยเฉลี่ย 4–5 ปี
  • Elementary school อายุโดยเฉลี่ย  5-11 ปี ใช้ระยะเวลา 6 ปี คือ Kindergarten-Grade 5th
  • Kindergarten อายุโดยเฉลี่ย 5–6 ปี
    เยาวชนอายุตั้งแต่ 5 ปีเต็มจะเริ่มเข้าระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนแบบใด ในโรงเรียนหรือที่บ้าน โดยจะเริ่มต้นที่ชั้น Kindergarten เป็นเวลาหนึ่งปีก่อนเริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาซึ่งจะนับเป็นปีแรกของประถมศึกษา หรือ First Grade

  • 1st Grade อายุโดยเฉลี่ย  6–7 ปี
  • 2nd Grade อายุโดยเฉลี่ย 7–8 ปี
  • 3rd Grade อายุโดยเฉลี่ย 8–9 ปี
  • 4th Grade อายุโดยเฉลี่ย 9–10 ปี
  • 5th Grade อายุโดยเฉลี่ย 10–11 ปี
    ดังนั้น ระดับประถมศึกษาของอเมริกาจึงมีแค่ 5 ปี จนถึง Fifth Grade เด็กที่เรียนในระบบอเมริกันจะจบการศึกษาระดับประถมศึกษาที่อายุประมาณ 11 ปี เร็วกว่าเด็กไทยราวๆ 1 ปีระดับประถมศึกษาของอเมริกาตั้งแต่ First Grade จนถึง Fifth Gradeจะเรียกว่า Elementary School หรือเราอาจรู้จักกันว่า Primary School

    การเรียนในสหรัฐอเมริกาในระดับประถมศึกษาจะเน้นไปที่การเรียนและการทำกิจกรรมตามที่นักเรียนสนใจคล้ายๆการเรียนในระบบอังกฤษ แต่จะต่างกันที่วิธีการเรียนการสอนและเนื้อหาทางวิชาการที่อาจจะแตกต่างกันบ้างหลังจากจบ Grade 5th

  • Middle school หรือ Junior High School อายุโดยเฉลี่ย  11–14 ปี
    ใช้ระยะเวลา 3 ปี คือ Grade 6th-8th
  • 6th Grade อายุโดยเฉลี่ย  11–12 ปี
  • 7th Grade อายุโดยเฉลี่ย 12–13 ปี
  • 8th Grade อายุโดยเฉลี่ย 13–14 ปี
  • High school หรือ Senior High School อายุโดยเฉลี่ย  14-18 ปี
    ใช้ระยะเวลา 4 ปี คือ Grade 9th-12th
  • 9th Grade (Freshman) อายุโดยเฉลี่ย 14–15 ปี
  • 10th Grade (Sophomore) อายุโดยเฉลี่ย 15–16 ปี
  • 11th Grade (Junior) อายุโดยเฉลี่ย 16–17 ปี
  • 12th Grade (Senior) อายุโดยเฉลี่ย 17–18 ปี
    หลังจากจบ Grade 12th แล้วก็ถือว่าจบการศึกษาภาคบังคับแล้วและสามารถเลือกเข้าเรียนต่อในระดับอนุปริญญา (2 ปี)หรือปริญญาตรี (4 ปี) ใน College หรือ University ได้เลย

Tertiary education (College or University)

 
  • Vocational education อายุโดยเฉลี่ย ประมาณ 18–23 ปี ไม่จำกัดอายุ
    ใช้เวลาเรียนประมาณ 4-5 ปีเพื่อจบการศึกษา ผู้เรียนที่จบระดับมัธยมปลาย สามารถเจ้าเรียนในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีที่เรียกว่า community college ที่ใช้เวลาเรียน 2 ปี เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาล ส่วน liberal arts college ที่เน้นเฉพาะสาขาวิชาที่เป็นส่วนหนึ่งของการทำวิจัยในมหาวิทยาลัย

  • A first professional degree, Bachelor degree อายุโดยเฉลี่ยประมาณ 18–23 ปี ไม่จำกัดอายุ  ระยะเวลาที่เรียน 3-4 ปีขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เรียน

  • Master degree ไม่จำกัดอายุ ใช้เวลาเรียน 2 ปี
  • PhD, Doctorate Degrees ไม่จำกัดอายุ ใช้เวลาเรียน 3-6 ปี

Powered by MakeWebEasy.com